ถ้าคุณพบเจอปัญหาแบบนี้ เรามีวิธีช่วยจ้า
 
วิธีการทำให้โทรศัพท์ที่ตกน้ำไม่พังก็คือ
 
 แน่นอนอยู่แล้วว่า โทรศัพท์ต้องเปียกน้ำ(ก็มันตกน้ำนี่)
 
อุปกรณ์
 
1. แก้วน้ำที่มีแอลกอฮอล์อยู่
 
2.ไดร์เป่าผม
 
วิธี คือ
ให้เราเอาโทรศัพท์ที่ตกน้ำนี้ไป ใส่ลงในแอลกอฮอล์เช็ดแผล( แอลกอฮอล์แก้ว 1 แก้ว)
 
 จากนั้นถอดแบตเตอร์รี่ออกจากเครื่อง แล้วใช้ไดร์เป่าผมเป่าให้แห้ง (ทั้งตัวเครื่องและตัวแบตเตอร์รี่)
 
วิธีนี้ได้จากคุณสมบัติของสารเรื่องจุดเดือด-จุดหลอมเหลว
 
น้ำมีจุดเดือด 100 องศาเซลเซียส  ถ้ามีน้ำเปล่าๆ ก็ต้องใช้ อุณหภูมิถึง 100 องศาเซลเซียส
 
น้ำจึงจะระเหยหมด
 
แต่ถ้ามีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ด้วยก็จะทำให้น้ำมีจุดเดือดน้อยลง
 
เนื่องจาก น้ำ+ เเอลกอฮอล์ = แอลกอฮอล์เจือจาง
 
และแอลกอฮอล์มีจุดเดือดที่ต่ำมาก
 
สังเกตุได้จากเวลาเราทาแผลจะเหตุว่าแอลกอฮอล์ ระเหยไปได้เร็วมาก
 
และเมื่อจุดเดือดต่ำจึงทำให้ไม่ต้องใช้ความร้อนสุด
 
และโทรศัพท์ก็ไม่พัง
ราชวงค์ออเรนจ์กับสีส้มของแครอท
คุณรู้หรือไม่ว่าที่จริงแล้วสีของแครอท คือ สีม่วง
และที่แครอทมีสีส้มก็เพราะ ราชวงศ์ออเรนจ์ (ราชวงศ์ที่เคยปกครองประเทศเนเธอร์แลน)
Coat of Arms of the Netherlands.png
ราชวงศ์ออเรนจ์-นาซอ
ที่ทรงอยากให้สีของแครอทเป็นเหมือนกับชื่อของราชวงศ์ ออเรนจ์=สีส้ม
สีของแครอทนั้นมีหลากหลายสีมากจากที่เห็นทั่วๆไปก็มี สี ส้ม ม่วง ขาว
 
และบางคนคงยังไม่เคย "แครอทสีดำ!!"
 

nasa หลอกลวง

posted on 29 Dec 2010 15:34 by mint-kanyapak
   
สิ่งที่เห็น อาจไม่เป็นอย่างที่คิด นี่คือสิ่งที่เราควรทราบไว้เป็นสัจธรรมระดับโลก
 (อาจลามไปถึงนอกโลกแล้ว) บทความนี้ ต้องการสะกิดให้ทุกคนได้ใช้ความคิด
ให้รอบคอบก่อนที่จะเชื่อ หรือไม่เชื่อ สิ่งใดควรใช้สามัญสำนึก และหลักความจริงให้มาก ๆ
อย่างมงาย ใครพูดอะไรก็เชื่อเดี๋ยวจะเข้าข่าย เสียค่าNGO ฟรีๆ อ
ย่างเช่นเรื่องที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ ถ้าเป็นจริงตาม สมมติฐานก็เข้าข่าย LiarLiar
ระดับโลกเลยทีเดียว

ภาพแรกที่เราจะจับผิด คือภาพนักบิวอวการนีล อาร์มสตรอง ที่รู้จักกันดีว่า
เป็นคนแรกที่เหยียบลงบนดวงจันทร์และนี่เป็นภาพที่มีชื่อเสียงมากภาพหนึ่งแต่สังเกต
ให้ดีว่ามีสิ่งผิดปกติหลายอย่างในภาพตามที่องค์การนาซ่าได้เคยอ้างไว้ว่านักบินอวกาศที่
ไปในครั้งนั้นไม่มีใครถือไฟฉาย หรืออุปกรณ์ที่เป็นแหล่งกำเนิดไฟอื่นๆไปด้วย
ดังนั้นแหล่งกำเนิดแสงเดียวที่มีในภาพก็คือ ดวงอาทิตย์เท่านั้นแต่ทำไมเงาถึง
ได้ทอดออกไปหลายทิศหลายทางแบบนั้นหรือว่ามีดวงอาทิตย์หลายดวง?


สำหรับภาพรอยเท้าของ Buzz Aldrinที่โด่งดังภาพนี้ก็มีจุดผิดสังเกตว่า
เงาทอดตัวลงมาจากหลายทิศทางเช่นเดียวกันแสดงว่าเป็นการจัดแสงในสตูดิโอมากกว่า
นอกจากนี้เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ เท่ากับ 1 ใน 6 เท่านั้นนั่นหมายความว่า
แม้แต่คนหนักกว่า 300 กก.ก็ไม่น่าจะทำให้เกิดรอยเท้าที่ฝังตัวลึกเช่นนี้บนพื้นผิวดวงจันทร์
เนื่องจากหากน้ำหนักตัวของนักบินอวกาศ รวมเครื่องแต่งตัว อย่างมากก็ไม่น่าจะเกิน180 กก. เท่านั้น
ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำหนักเพียง 30 กก. บนโลกเรา เท่านั้นแม้จะเดินบนขี้เถ้าก็ไม่น่าจะเกิดรอยลึก จนเห็นรายละเอียดชัดเจนขนาดนี้หากพื้นผิวอ่อนนุ่มจนเกิดรอยเท้านี้ได้จริงถ้าอย่างนั้นภาพถัดมาซึ่งเป็น
ภาพหลังจากยานลงจอดนี้ก็ต้องผิดความจริงเนื่องจากเป็นพื้นผิวบริเวณเดียวกับรอยเท้า
ดังกล่าวแต่ยาน Lunar Module ซึ่งมีน้ำหนักกว่า 25,000 ปอนด์ซึ่งถึงแม้จะร่อนลงอย่างนิ่มนวลอย่างไร แต่อย่างน้อย ไอพ่นซึ่งเป็นแรงต้าน ที่รับน้ำหนักกว่า 25,000 ปอนด์นั้น น่าจะก่อให้เกิดหลุมเครเตอร์
ขนาดใหญ่พอประมาณ(ถ้าพื้นผิวอ่อนนุ่มอย่างที่อ้างว่าเกิดภาพรอยเท้าได้) แต่ภาพนี้กลับเหมือนยาน
Lunar Module นี้ ถูกบรรจงวางไว้อย่างนุ่มนวลเหลือเกินหากเทียบกับรอยเท้าของคนน้ำหนักเพียง 100 กก.



ถัดมา เป็นเรื่องของชั้นบรรยากาศตามที่เราทราบดีว่าบนดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศ
ห่อหุ้มอยู่เหมือนบนโลกเมื่อไม่มีชั้นบรรยากาศเป็นตัวทำให้เกิดการกระเจิงของแสง
 (แสงสะท้อนจาก ฝุ่นละออง หรือชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของสิ่งมีชีวิต
ตลอดจนมวลของแก๊สในอากาศ)ที่จะทำให้ส่วนที่เป็นเงามืดกลับสว่างขึ้นจนเห็นรายละเอียด
ในส่วนที่เป็นเงาได้ นอกจากมีการสะท้อนจากวัตถุอื่นซึ่งตามท