ถ้าคุณพบเจอปัญหาแบบนี้ เรามีวิธีช่วยจ้า
 
วิธีการทำให้โทรศัพท์ที่ตกน้ำไม่พังก็คือ
 
 แน่นอนอยู่แล้วว่า โทรศัพท์ต้องเปียกน้ำ(ก็มันตกน้ำนี่)
 
อุปกรณ์
 
1. แก้วน้ำที่มีแอลกอฮอล์อยู่
 
2.ไดร์เป่าผม
 
วิธี คือ
ให้เราเอาโทรศัพท์ที่ตกน้ำนี้ไป ใส่ลงในแอลกอฮอล์เช็ดแผล( แอลกอฮอล์แก้ว 1 แก้ว)
 
 จากนั้นถอดแบตเตอร์รี่ออกจากเครื่อง แล้วใช้ไดร์เป่าผมเป่าให้แห้ง (ทั้งตัวเครื่องและตัวแบตเตอร์รี่)
 
วิธีนี้ได้จากคุณสมบัติของสารเรื่องจุดเดือด-จุดหลอมเหลว
 
น้ำมีจุดเดือด 100 องศาเซลเซียส  ถ้ามีน้ำเปล่าๆ ก็ต้องใช้ อุณหภูมิถึง 100 องศาเซลเซียส
 
น้ำจึงจะระเหยหมด
 
แต่ถ้ามีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ด้วยก็จะทำให้น้ำมีจุดเดือดน้อยลง
 
เนื่องจาก น้ำ+ เเอลกอฮอล์ = แอลกอฮอล์เจือจาง
 
และแอลกอฮอล์มีจุดเดือดที่ต่ำมาก
 
สังเกตุได้จากเวลาเราทาแผลจะเหตุว่าแอลกอฮอล์ ระเหยไปได้เร็วมาก
 
และเมื่อจุดเดือดต่ำจึงทำให้ไม่ต้องใช้ความร้อนสุด
 
และโทรศัพท์ก็ไม่พัง
ราชวงค์ออเรนจ์กับสีส้มของแครอท
คุณรู้หรือไม่ว่าที่จริงแล้วสีของแครอท คือ สีม่วง
และที่แครอทมีสีส้มก็เพราะ ราชวงศ์ออเรนจ์ (ราชวงศ์ที่เคยปกครองประเทศเนเธอร์แลน)
Coat of Arms of the Netherlands.png
ราชวงศ์ออเรนจ์-นาซอ
ที่ทรงอยากให้สีของแครอทเป็นเหมือนกับชื่อของราชวงศ์ ออเรนจ์=สีส้ม
สีของแครอทนั้นมีหลากหลายสีมากจากที่เห็นทั่วๆไปก็มี สี ส้ม ม่วง ขาว
 
และบางคนคงยังไม่เคย "แครอทสีดำ!!"
 

nasa หลอกลวง

posted on 29 Dec 2010 15:34 by mint-kanyapak
   
สิ่งที่เห็น อาจไม่เป็นอย่างที่คิด นี่คือสิ่งที่เราควรทราบไว้เป็นสัจธรรมระดับโลก
 (อาจลามไปถึงนอกโลกแล้ว) บทความนี้ ต้องการสะกิดให้ทุกคนได้ใช้ความคิด
ให้รอบคอบก่อนที่จะเชื่อ หรือไม่เชื่อ สิ่งใดควรใช้สามัญสำนึก และหลักความจริงให้มาก ๆ
อย่างมงาย ใครพูดอะไรก็เชื่อเดี๋ยวจะเข้าข่าย เสียค่าNGO ฟรีๆ อ
ย่างเช่นเรื่องที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ ถ้าเป็นจริงตาม สมมติฐานก็เข้าข่าย LiarLiar
ระดับโลกเลยทีเดียว

ภาพแรกที่เราจะจับผิด คือภาพนักบิวอวการนีล อาร์มสตรอง ที่รู้จักกันดีว่า
เป็นคนแรกที่เหยียบลงบนดวงจันทร์และนี่เป็นภาพที่มีชื่อเสียงมากภาพหนึ่งแต่สังเกต
ให้ดีว่ามีสิ่งผิดปกติหลายอย่างในภาพตามที่องค์การนาซ่าได้เคยอ้างไว้ว่านักบินอวกาศที่
ไปในครั้งนั้นไม่มีใครถือไฟฉาย หรืออุปกรณ์ที่เป็นแหล่งกำเนิดไฟอื่นๆไปด้วย
ดังนั้นแหล่งกำเนิดแสงเดียวที่มีในภาพก็คือ ดวงอาทิตย์เท่านั้นแต่ทำไมเงาถึง
ได้ทอดออกไปหลายทิศหลายทางแบบนั้นหรือว่ามีดวงอาทิตย์หลายดวง?


สำหรับภาพรอยเท้าของ Buzz Aldrinที่โด่งดังภาพนี้ก็มีจุดผิดสังเกตว่า
เงาทอดตัวลงมาจากหลายทิศทางเช่นเดียวกันแสดงว่าเป็นการจัดแสงในสตูดิโอมากกว่า
นอกจากนี้เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ เท่ากับ 1 ใน 6 เท่านั้นนั่นหมายความว่า
แม้แต่คนหนักกว่า 300 กก.ก็ไม่น่าจะทำให้เกิดรอยเท้าที่ฝังตัวลึกเช่นนี้บนพื้นผิวดวงจันทร์
เนื่องจากหากน้ำหนักตัวของนักบินอวกาศ รวมเครื่องแต่งตัว อย่างมากก็ไม่น่าจะเกิน180 กก. เท่านั้น
ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำหนักเพียง 30 กก. บนโลกเรา เท่านั้นแม้จะเดินบนขี้เถ้าก็ไม่น่าจะเกิดรอยลึก จนเห็นรายละเอียดชัดเจนขนาดนี้หากพื้นผิวอ่อนนุ่มจนเกิดรอยเท้านี้ได้จริงถ้าอย่างนั้นภาพถัดมาซึ่งเป็น
ภาพหลังจากยานลงจอดนี้ก็ต้องผิดความจริงเนื่องจากเป็นพื้นผิวบริเวณเดียวกับรอยเท้า
ดังกล่าวแต่ยาน Lunar Module ซึ่งมีน้ำหนักกว่า 25,000 ปอนด์ซึ่งถึงแม้จะร่อนลงอย่างนิ่มนวลอย่างไร แต่อย่างน้อย ไอพ่นซึ่งเป็นแรงต้าน ที่รับน้ำหนักกว่า 25,000 ปอนด์นั้น น่าจะก่อให้เกิดหลุมเครเตอร์
ขนาดใหญ่พอประมาณ(ถ้าพื้นผิวอ่อนนุ่มอย่างที่อ้างว่าเกิดภาพรอยเท้าได้) แต่ภาพนี้กลับเหมือนยาน
Lunar Module นี้ ถูกบรรจงวางไว้อย่างนุ่มนวลเหลือเกินหากเทียบกับรอยเท้าของคนน้ำหนักเพียง 100 กก.



ถัดมา เป็นเรื่องของชั้นบรรยากาศตามที่เราทราบดีว่าบนดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศ
ห่อหุ้มอยู่เหมือนบนโลกเมื่อไม่มีชั้นบรรยากาศเป็นตัวทำให้เกิดการกระเจิงของแสง
 (แสงสะท้อนจาก ฝุ่นละออง หรือชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของสิ่งมีชีวิต
ตลอดจนมวลของแก๊สในอากาศ)ที่จะทำให้ส่วนที่เป็นเงามืดกลับสว่างขึ้นจนเห็นรายละเอียด
ในส่วนที่เป็นเงาได้ นอกจากมีการสะท้อนจากวัตถุอื่นซึ่งตามที่นาซ่าอ้างไม่มีวัตถุ
อื่นอยู่ในบริเวณใกล้เคียงแต่ทำไมธงชาติสหรัฐ ที่ติดอยู่กับตัวยาน Lunar Module ถึงเห็นได้ชัดมาก (จุด K)ส่วนภาพนักบินอวกาศ เดินลงจากยาน Lunar Module จากทางด้านมืดของยานแต่กลับเห็นรายละเอียดอย่างครบถ้วน และเหมือนแสงมาจากทางด้านขวามือมากกว่าจะมาจากทางด้านหลัง (เหมือนใช้ reflectสะท้อนแสงเข้าไปมากกว่าจะเป็นแสงจากดวงดาว หรือว่าอย่างอื่น)ที่น่าแปลกอีกอย่างก็คือในยามค่ำคืนบนพื้นโลกหากคืนไหนฟ้าเปิดไม่มีเมฆบังดวงดาวจะกระจ่างเต็มท้องฟ้าแต่ไฉนบนดวงจันทร์ที่ไม่มีบรรยากาศมาบดบัง ถึงไร้ซึ่งแสงดาวขนาดนั้นเป็นเพียงฟ้าสีดำไร้ชีวิต ในทุกๆภาพ



ดูที่ธงชาติ หากไม่มีลมทำไมธงชาติถึงได้โบกสบัดชัดเจนถ้าจะอ้างว่าเป็นสภาพไร้น้ำหนักก็ไม่จริงถึงจะมีแรงดึงดูน้อยกว่า 6 เท่าแต่ทุกอย่างก็ต้องตกลงสู่พื้นอยู่ดีถึงจะน้ำหนักมากหรือน้อยไม่ใช่ประเด็นในภาพธงควรจะลู่ลงเหมือนอยู่บนโลกเวลาที่ไม่มีลมพัดให้ธงโบกสบัดเช่นเดียวกันไม่ใช่ธงสามารถลอยขึ้นไปค้างแผ่ อยู่เหมือนธงในภาพ ซึ่งถ้าสังเกตดี ๆจะเห็นว่าผืนธงตึงเฉพาะส่วน ขอบด้านบน แต่ส่วนอื่นๆจะพริ้วไหวเหมือนมีการเสริมลวด หรือของแข็งไว้ด้านใน แต่ก็เป็นไปได้ว่าเขาเตรียมธงไปแบบนั้นจริง ๆ คือเสริมลวดเอาไว้ เพื่อให้มันแผ่ออกมาแต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ไม่ควรมีรอยพริ้วไหวตรงชายธงด้านล่างเพราะไม่มีมวลอากาศมากระทบควรจะเป็นเสมือนแผ่นไม้แข็งๆ ทั้งผืนมากกว่า

มากไปกว่านั้น นาซ่าได้ทำผิดสังเกตอยู่หลายต่อหลายอย่างในภาพต่อไปนี้ที่เรียกได้ว่า ผิดพลาดทางเทคนิคแบบจะจะ มองภาพสะท้อนบนกระจกหน้ากากของนักบินอวกาศ นิล อาร์มสตรอง ภาพนี้ และภาพขยายใหญ่ (ทางด้านขวา)ตรงบริเวณลูกศร คือเงาที่ทอดตัวไปของนักบินอวกาศอีกคน ที่นาซ่าอ้างว่าเป็นคนที่ถ่ายภาพ ๆ นี้ (ดูจากมุมกล้อง และการทอดตัวของเงา) ก็จะเห็นได้ว่าถ้าเงาเป็นอย่างที่เราเห็นในภาพจริงก็แสดงว่าแสงจะต้องมาจากทางด้านหลังของ นิลอาร์มสตรองแต่ภาพที่เราเห็นแสงเข้ามาจากทางบริเวณไหล่ขวาของนิล อาร์มสตรอง ชัดเจนมากนี่หมายความว่ามีดวงอาทิตย์มากกว่า 1 ดวงแน่นอน บนนั้น (ดูภาพประกอบ)นอกจากนี้ ถ้ากล้อง ถูกติดไว้ที่ตำแหน่ง C ของนักบินอวกาศทุกคนภาพที่เราเห็นนี้ก็ยิ่งผิดความเป็นจริงมาก ๆเพราะภาพควรออกมาในระดับหน้าอกของทุกคน แต่ภาพที่เห็นเป็นภาพที่ถ่ายมาจากระดับสายตา แสดงว่าคนถ่ายต้องยกกล้องมาส่องที่ตาแล้วถ่ายไม่ใช่ถ่ายภาพจากระดับหน้าอก เพราะความสูงของนักบินอวกาศทุกคนล้วนใกล้เคียงกัน และไม่ปรากฏว่า คนถ่ายยืนอยู่บนเนิน หรือบนสิ่งของใดๆ(ดูจากภาพสะท้อน)



รูปสุดท้าย ที่นาซ่าก็อึ้งๆไปเหมือนกันก็ม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี ก็คือภาพเงาที่ทอดตัวยาวออกไป ของนักบินอวกาศทั้งสองคน ในภาพนี้จะเห็นว่านักบินอวกาศทั้งสอง มีความสูงไล่เลี่ยกัน แต่ทำไมเงาของคน Aถึงได้ยาวกว่าอีกคน ถึงเกือบเท่าตัว นั่นแสดงว่าระดับความสูงของแสงไฟที่ส่องมายังคนทั้งสอง เป็นคนละดวงกันหรืออย่างไร ?ทั้งที่พื้นผิวตรงบริเวณนั้น เป็นพื้นราบ



ข้อมูลจาก [url=http://www.thaiseoboard.com/go/?http://tasboard.piesoft.net/message.php?MsgCode=876]http://tasboard.piesoft.net/message.php?MsgCode=876[/url]

เอเร็ค เร็กซ์

posted on 29 Nov 2010 12:31 by mint-kanyapak
 
 

เอเร็ค เร็กซ์ ตอน ดวงตาแห่งมังกร


ทดลองอ่าน
 

สงครามแย่งชิงคทากำลังเริ่มต้นขึ้น

ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเอเร็ค เร็กซ์

เด็กชายวัยสิบสองปี แม่ของเขาแทบจะไม่สามารถดูแลลูกบุญธรรมทั้งหกคนได้
แถมพวกเขายังย้ายมาอยู่ในอพาร์ทเมนท์ที่เล็กเสียจนเอเร็คต้องไปนอนกับเครื่องซักผ้า
แย่ไปกว่านั้น ยังมีพลังประหลาดในตัว เอเร็ค ที่บังคับให้เขาทำอะไรแปลกๆ
แม้เขาจะขัดขืนอย่างหนัก แต่แรงกระตุ้นให้เชื่อฟังกลับเพิ่มมากขึ้น
จนเขาไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป

เช้าวันหนึ่ง แม่ของเอเร็คหายตัวไป พลังประหลาดนั้นสั่งให้เขาออกตามหา
ซึ่งนำเอเร็คไปสู่ การผจญภัยที่จะเปลี่ยนเขาไปตลอดกาล
เมื่อมาถึงอลีเพียม อาณาจักรที่เก็บรักษาความรู้เก่าแก่ทางเวทมนตร์
ของเราเอาไว้
เอเร็คจึงได้รู้ว่า แม่ของเขาและอาณาจักรทั้งอาณาจักรกำลังตกอยู่ในอันตราย

เอเร็คต้องเรียนรู้ความลับของการเชื่อใจและความจงรักภักดี
 เพื่อเอาชนะอุปสรรคทั้งหลาย … และเริ่มต้นการเดินทางค้นหาที่
จะทำให้เขากลายเป็นกษัตริย์

เรื่องราวอันน่าพิศวงนี้ เป็นผลงานชิ้นแรกของแคซา คิงสลีย์
ผู้นำเราเข้าสู่ดินแดนแห่งอันตรายและความตื่นเต้น สำหรับเอเร็ค
มันคือโลกที่คุ้นเคยอย่างประหลาดและเกี่ยวพันกับ
อนาคตของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับผู้อ่าน มันคือการหลีกหนีไปสู่โลกแฟนตา
ซีที่คุณจะอยากกลับไปอีกครั้ง และอีกครั้ง

เรื่องราวเวทมนตร์อำนาจวิเศษที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้น,
ความรู้สึกแรงกล้า, ความรัก และความกล้าหาญ. ฉันรักหนังสือเล่มนี้.
- Devon Werkheiser, “Ned”
หนุ่มน้อย “เน็ด” แห่ง Ned’s Declassified School Survival Guide
ละครตลกยอดนิยมของช่อง Nickelodeon

นี่คือเรื่องแฟนตาซีแอ๊คชั่นที่เต็มไปด้วยตัวละคร ที่สร้างความสนใจให้เด็ก

- Maria Schneider,
บรรณาธิการบริหาร นิตยสารf Writer’s Digest

ใคร ๆ ก็รักเอเร็ค | ใคร ๆ ก็ชื่นชมเอเร็ค

 

ทดลองอ่าน

เอเร็ค เร็กซ์ ตอน อสุรกายแห่งดินแดนนิรเทศ


ทดลองอ่าน
 
สงครามแย่งชิงคทายังคงนำเนินต่อไปอลีเพียม
เกิดความโกลาหลอลหม่าน ลูกมังกรทั้งหมดหายไปอย่างลึกลับ.
ประชาชนชุมนุมประท้วง, ราชบัลลังก์กำลังจะตกไปอยู่ในมือวายร้าย
เบเลอร์และเดมอน สเตน เอเร็ค เร็กซ์ต้องย้อนกลับมา ซึ่งไม่มีปัญหา
ยกเว้นก็แต่ว่ารางวัลสำหรับการเป็นกษัตริย์จะทำลายเขาอย่างสิ้นเชิง
Erec Rex: The Monsters of Otherness
เอเร็ค ต้องเผชิญกับบททดสอบอันร้ายกาจ
เขาได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเอง และอดีตของเขามากขึ้น
เอเร็คพบว่าบางครั้งการทำในสิ่งที่ถูกต้องก็ไม่ง่ายเสมอไป
Erec Rex: The Monsters of Otherness
ภาคต่อจากหนังสือขายดี “ดวงตาแห่งมังกร”
(Erec Rex : The Dragon’s Eye) ,
แคซา คิงสลีย์ผู้เขียน ยังคงสร้างตัวร้ายได้จับใจ,
สงคราม และการผจญภัยสุดระทึก,
เรื่องราวมากมายทั้งภยันตรายและความตื่นเต้น,
ซึ่งผู้อ่านต้องร่วมเดินทางไปพร้อมๆ กับเอเร็ค
แบบบรรทัดต่อบรรทัด หน้าต่อหน้า เพื่อลุ้น
และเอาใจช่วย เอเร็ค เร็กซ์ ตัวละครที่กำลังเป็นขวัญใจนักอ่าน
ทั่วโลกอยู่ในขณะนี้
แคซา ไม่ทำให้แฟนเอเร็ค เร็กซ์ผิดหวังเลย […]

ใคร ๆ ก็รักเอเร็ค | ใคร ๆ ก็ชื่นชมเอเร็ค

ทดลองอ่าน

เอเร็ค เร็กซ์ ตอน ค้นหาความจริงอันยิ่งใหญ่


ทดลองอ่าน
 

หากต้องเลือกระหว่างการช่วยชีวิตเพื่อน

กับการทำให้มนุษยชาติ ต้องตกอยู่ในอันตราย
คุณจะเลือกทางไหน ถึงคราวที่เอเร็ค เร็กซ์ต้อง
ตัดสินใจ แถมเวลาก็ไม่เข้าข้างเขาเอาเสียเลย

พันธกิจอันหนักหนาสาหัส ของเอเร็คดูเหมือนจะเป็นภารกิจ

ฆ่าตัวตาย แต่เขาก็ต้องทำให้สำเร็จ เพราะเป็นหนทางเดียวที่
จะช่วยดินแดนอะลีเพียมไว้ได้ เอเร็คจึงออกเดินทางไปทำสิ่งที่
เป็นไปไม่ได้
นั่นคือการตามหาอาเว็นอันตรายทั้งห้าจากที่ซ่อนลึกลับ
แล้วรวมมันเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นงานยากลำบากที่นำ
หายนะมาสู่ผู้ที่พยายามจะทำเช่นนี้มาก่อนแล้วทุกคน
มีเพียงการไขความลับในวัยเด็กของตัวเขาเองเท่านั้นที่จะช่วยได้
แต่สิ่งที่เขาได้รู้นั้นจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

การต่อสู้ภายใน ความหลงใหล มิตรภาพ ภารกิจอันตราย

และการเสี่ยงภัยที่ต้องอาศัยความกล้าหาญ มีอยู่อย่างครบครัน
เอเร็คและเพื่อนๆ ได้สำรวจพื้นที่รกร้างในดินแดนนิรเทศ
และสถานที่น่าตื่นตาตื่นใจบนโลกของเรา
ในการเดินทางผจญภัยสุดแสนมหัศจรรย์
มาร่วมการเดินทางที่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิตไปกับเอเร็ค
และค้นหาตัวตนที่แท้จริงของคุณ...

คุณกล้าพอที่จะไปกับเขาหรือเปล่า

พบกับภาคต่อของการผจญภัยสุดพิศวง เร็วๆ นี้

ทดลองอ่าน

เอเร็ค เร็กซ์ เผชิญเจ้าแห่งการลงทัณฑ์


ทดลองอ่าน
 

เอเร็คสับสนกับความรู้สึกที่เปลี่ยนไปกับเพื่อนสนิท

โดยไม่รู้เลยว่าเบธานีกำลังจะต้องตกอยู่ในอาณัติของบัสคาเนียจอมเวท
เอเร็คไม่เห็นหนทางที่จะช่วยเหลือเพื่อนได้ แต่พอทางออกเริ่มปรากฏ
เอเร็คก็ถูกดึงเข้าไปหาอันตรายยิ่งใหญ่ที่เขาเองก็ไม่เคยคาดฝัน
เขาต้องฝ่าด่านเจ้าชายเงา ผีดิบ และอสุรกายน่าพรั่นพรึง
ผู้อารักษ์ป้อมปราการของจอมวายร้าย
แต่ิสิ่งที่คอยเขาอยู่ในนั้นสยดสยองกว่าสิ่งใดในโลก
ในสถานการณ์รุนแรงเดือดพล่าน เอเร็คต้องปลดปล่อย
เทพธิดาตัวตลกจากการจองจำในอาณาจักรฝันร้าย
แต่ก็ไม่มีอะไรเตือนเขาให้ระวังพันธกิจสุดท้าย
ซึ่งเขาต้องเผชิญกับเจ้าแห่งการลงทัณฑ์ด้วยตนเอง
ทุ่มเทจิตวิญญาณต่อสู้กับความหวาดกลัวที่สุดในชีวิต
ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีทางรอดในทางเลือกนี้
ทดลองอ่าน

toy story 3

posted on 23 Nov 2010 11:15 by mint-kanyapak
ใครดู toy story 3 แล้วบ้าง
เรื่องนี้ให้ข้อคิดดีมากๆ
มันทำให้เราฉุกคิดว่าเราควรที่จะรักและดูแลของเล่นของเราให้ดี
ไม่งั้นพวกมันอาจจะน้อยใจได้
 
ได้เวลาเปิดกล่องของเล่นอีกครั้ง กับทีมผู้สร้าง ทอย สตอรี่ ที่จะพาผู้ชมกลับเข้าสู่โลกอันสดใสของ วู๊ดี้, บัซ และเหล่าแก๊งค์ของเล่นสุดโปรดของพวกเราใน ทอย สตอรี่ 3 วู๊ดดี้ และ บัซ ยอมรับความจริงที่ว่าวันหนึ่ง แอนดี้ เจ้าของพวกเขาจะต้องโตเป็นผู้ใหญ่ แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวันนั้นมาถึงล่ะ

การผจญภัยอีกครั้งของผองเพื่อนเก่า!! Woody (ให้เสียงโดย Tom Hanks) Buzz Lightyear (ให้เสียงโดย Tim Allen) Rex (ให้เสียงโดย Wallace Shawn) ตุ๊กตาไดโนเสาร์สีเขียวขี้ตกใจ, Hamm (ให้เสียงโดย John Ratzenberger) กระปุกออมสินรูปหมูสีชมพู, นายและคุณนาย Potato Head (ให้เสียงโดย Don Rickles และ Estelle Harris), ตุ๊กตาบาบี้แสนสวย (ให้เสียงโดย Jodi Benson) เจ้าหมาสปริง Slinky Dog (ให้เสียงโดย Jim Varney) รวมถึง Jessie (ให้เสียงโดย Joan Cusack) น้องสาวของ Woody และ บุลส์อาย ม้าประจำตัวของเขาซึ่งตุ๊กตาทั้งหมดเป็นของเล่นของหนูน้อยมีนามว่า Andy และร่วมผจญภัยกันมาถึงสองภาคด้วยกัน และแล้วการผจญภัยอันแสนสนุกก็เริ่มกันอีกครั้งใน Toy Story 3

Toy Story 3 กับการผจญภัย ครั้งใหม่ มาในรูปแบบความสนุกสนานทะลุจอ 3D กันเลยทีเดียว ในภาค 3 นี้ Andy เข้าสู่วัยรุ่นที่จะต้องย้ายเข้าไปเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย เขาต้องการนำของเล่นไปด้วย แต่แม่ของ Andy ต้องการนำของเล่นทั้งหมดเอาไปบริจาค และแล้วเรื่องวุ่นๆก็เกิดขึ้น เป็นเหตุให้แกงค์ของเล่นต้องเข้าไปผจญภัยในป่าซะงั้น!! โดย Disney-Pixars ได้ผู้กำกับ Lee Unkrich มารับหน้าที่นี้อีกครั้งหลังจากภาค 2 และเคยสร้างปลาการ์ตูนให้ดังถล่มทลายมาแล้วใน Finding Nemo

พวกเขาจะถูกทิ้ง ถูกบริจาค หรือถูกเก็บไว้จนฝุ่นเกาะโดยไม่ถูกนำมาเล่นอีกตลอดไป แล้วพวกเขาจะต้องกับผจญภัยในรูปแบบไหนกันบ้าง และเหล่าของเล่นใหม่ๆที่จะมาเพิ่มความสนุกในภาค 3 นี้ มีใครกันบ้าง ต้องตามไปลุ้นกันต่อในโรงภาพยนตร์ และที่สำคัญ กลับมาคราวนี้พวกเขาจะมาในแบบ 3 มิติ ! ลี อันคริช (ผู้ช่วยผู้กำกับ จาก ทอย สตอรี่ 2 และ ไฟน์ดิ้ง นีโม) รับหน้าที่กำกับภาพยนตร์แอนิเมชั่นภาคต่อที่ทุกคนตั้งตารอ พร้อมกับทีมนักแสดงชุดเดิมที่พากย์เสียงให้กับ ทอย สตอรี่ มาตั้งแต่ภาคแรก และดื่มด่ำไปกับเพลงประกอบเพราะๆจาก แรนดี้ นิวแมน นักประพันธ์เพลงเจ้าของรางวัลออสการ์จาก ทอย สตอรี่, ทอย สตอรี่ 2, และ มอนส์เตอร์ อิงค์

edit @ 23 Nov 2010 11:27:52 by mint_kanyapak

fic kyumin

posted on 08 Nov 2010 11:11 by mint-kanyapak
สวัสดีค่ะ
สำหรับคนที่ชื่นชอบ kyumin
และชอบในการอ่านนิยายหรือเรื่องสั้น
ดิฉันป็นนักอ่านตัวยง เลยมีนิยายและเรื่องสั้นมากมายที่เคยอ่านมา
ดิฉันชอบทุกแนวเลย
ทั้งเเนว เศร้า สนุก หรือกวนๆ ก็อ่านมาแล้วทั้งนั้น
เลยอยากจะชวนให้ทุกคนอ่านเรื่อง wishonlylove,wall,how be love, lips lockc และอีกมากมาย
ถ้าอยากอ่านเรื่องอะไรหรืออยาจะแนะนำเรื่องอะไรก็บอกได้นะค่ะ
                                                                                                             love kyumin

Categories